Krukaroon: สุดรันทด ยายตาบอด อาศัยข้าวก้นบาตร เลี้ยง 2 หลานยังเล็กที่ลูกทิ้งไว้ให้

!!!การุณย์ สุวรรณรักษา สังคมศึกษาฯ วรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา!!

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สุดรันทด ยายตาบอด อาศัยข้าวก้นบาตร เลี้ยง 2 หลานยังเล็กที่ลูกทิ้งไว้ให้


3 ยายหลาน ชีวิตแสนลำเค็ญ หลานสาว 2 คนถูกพ่อแม่ทิ้งให้อยู่กับยายที่ตามองแทบไม่เห็น ไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อ ต้องอาศัยข้าวก้นบาตรของหลวงตามาประทังชีวิตไปวันๆแบบไร้อนาคต...

ผู้ สื่อข่าวไทยรัฐได้รับแจ้งว่า มีครอบครัวของยายหลาน 3 ชีวิตกำลังเดือดร้อน ลำบาก ฐานะยากจนไม่มีใครเหลียวแล จากการเดินทางไปดูข้อเท็จจริงตามที่ได้รับแจ้ง ที่บ้านไม่มีเลขที่ ม.ที่ 14 ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของยายประทุม อุชา อายุ 56 ปี

โดยสภาพในสภาพบ้านที่เก่าทรุดโทรม ไม่มีสิ่งของมีค่าใดๆ ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ ต้องอาศัยแสงสว่างจากข้างบ้านมาใช้ ยายประทุมเปิดเผยถึงเรื่องราวของตนว่า เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ตาทั้ง 2 ข้างเป็นต้อกระจก เริ่มฝ้าฟางจนบอดสนิทในที่สุด ชาวบ้านที่พบเห็นก็เกิดความสงสาร จึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร แพทย์ได้ผ่าตัดลอกเอาต้อกระจกออก หลังจากนั้นอาการก็ดีขึ้น จนสามารถมองเห็นได้เลือนราง

ส่วนสามีเสียชีวิตไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ยายประทุมมีลูกชาย 2 คน แต่คนโตเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ส่วนคนเล็กชื่อนายนิพนธ์ วงศ์จิ๋ว อายุ 35 ปี ก็ไม่สามารถช่วยเหลือครอบครัวได้เต็มที่ เนื่องจากเป็นโปลิโอ ขาลีบทั้ง 2 ข้าง แต่ยังพอเดินได้

นายนิพนธ์ เคยมีภรรยาและมีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตชื่อเด็กหญิงอริสา วงค์จิ๋ว อายุ 6 ขวบ และเด็กหญิงกิตตยา ปานทอง (ใช้นามสกุลแม่) อายุ 4 ขวบ ต่อมาลูกสะใภ้ ชื่อ นางก้อย ปานทอง อายุ 28 ปี ทนความลำบากไม่ไหว จึงหนีไปมีสามีใหม่ ตั้งแต่ลูกคนเล็กยังแบเบาะ ส่วนลูกชายทนอยู่กับสภาพความยากจนที่บ้านไม่ได้เช่นกัน จึงไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพ โดยไปพร้อมกับเพื่อนบ้านได้เกือบ 2 เดือนแล้ว แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยส่งข่าวให้ทราบ มีแต่เพื่อนบ้านมาบอกว่า นายนิพนธ์มีเมียใหม่เป็นคนงานก่อสร้างด้วยกัน

ซ้ำร้าย นายนิพนธ์ ได้ทิ้งลูกสาวทั้ง 2 คน ไว้ให้ยายประทุมเป็นภาระเลี้ยงดู ซึ่งยายประทุมก็ไม่สามารถทำงานเลี้ยงดูหลานทั้งสองคนได้ ตอนแรกคิดว่าจะนำเด็กทั้งสองคนไปฝากไว้ที่วัด แต่เนื่องจากเป็นเด็กผู้หญิง จึงจำต้องเลี้ยงดูอยู่ที่บ้านตามมีตามเกิด โดยอาศัยข้าวก้นบาตรของพระแบ่งมาให้

หลานสาวทั้งสองคนเข้าโรงเรียน แล้ว แต่ด้วยความยากจน ในตอนเช้าจึงไม่มีข้าวให้หลานทั้งสองคนกินก่อนไปโรงเรียน หลานๆจึงต้องอดข้าวเช้า รอไปกินอาหารกลางวันที่โรงเรียนจัดให้ ส่วนเย็นเพื่อนบ้านที่ใจดีแบ่งปันมาให้ ได้พอประทังชีวิตไปวันๆ

ยาย ประทุม ยังได้ฝากทีมข่าวไทยรัฐ ถึงผู้ใจบุญว่า ตนไม่ขออะไรมากมาย ขอเพียงมีข้าวสารกรอกหม้อให้หลานๆได้กินอิ่มท้องก็เพียงพอแล้ว

ขอแต่งบทกลอนสอนใจศิษย์รักทุกคน  หาใช่ซ้ำเติมหนูน้อยในข่าวแต่ประการใด

                                   อย่าชิงสุกก่อนห่าม
นี่คือ  ความจริง  ชีวิต                  ใช่พรหม  ลิขิต  ศิษย์เอ๋ย
หนุ่มสาว  ได้เสีย เกินเลย            เคยเคย  ให้เห็น  มากมาย
แรกแรก  สุขสุข  สดใส                นานไป   ทุกข์ทุกข์  โฉมฉาย
หวานหวาน  หมดหลง  งมงาย     บั้นปลาย  แตกร้าง  ห่างกัน
ก็เพราะ  ใช่รัก  สักหน่อย              ตัณหา  Enjoy   สร้างฝัน
กิเลส  ทับโถม  โรมรัน                 จึงพลัน  เสียตัว  เสียตน
ก็เพราะ  ไม่ใช่  ความรัก               จึงผลัก  แตกง่าย  ไม่สน
หารัก  พบรัก  อยากยล                 หายาก  เหลือทน  รักจริง
ในเมื่อ หารัก  ยากใหญ่                แล้วใย  เสพสม  หนุ่งหนิง
ทั้งรู้  หาใช่  รักจริง                       เพียงรัก  กลอกกลิ้ง เสียตัว
ถ้าหาก อยากให้  ชีพสุข               มีรัก   ไร้ทุกข์  ทูลหัว
ก็ควร  รักนวล  สงวนตัว                อย่ามั่ว  ให้ใคร  ดอมดม
ใครหนุก  ปล่อยให้  ไปหนุก          สักวัน  เจอทุกข์  ขื่นขม
แนวทาง  หญิงไทย  นานนม        ขอให้  ขำคม  สังวรณ์
หากแม้  มีลูก  หนึ่งสอง                ลูกต้อง  ทุกข์กว่า  สมร
จะเรียน  จะกิน  จะนอน                 งามงอน  มีใคร  เมตตา
โชคดี  มียาย  เลี้ยงดู                    หดหู่   ตายาย   มืดหนา
แสนอนาถ  ชีวิต ทรมา                  พึ่งข้าว หลวงตา  อยู่กิน
เตือนใจ  ให้ศิษย์  คิดอ่าน             อย่าคร้าน  เรียนวิชา หาสิน
เรียนจบ  มีคู่  ยุพิน                         รายได้  พอกิน  สุขเอย
                                                      ลุงรุณย์  21 มิ.ย 2553

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

นักเรียนทุกคน ช่วยตอบแบบสอบถามนี้ด้วยค่ะ

ดูทีวีครูเรียนรู้วิทยายุทธ

Subscribe Now: Feed Icon